ผู้นำมืออาชีพ

ภาวะผู้นำและการเป็นนักบริหารมืออาชีพ

******************************************************************************

 

มืออาชีพ หมายถึง การทำงานด้วยความรู้ความสามารถ ความตั้งใจจริงและทำงานให้เกิดผลงานดีที่สุด มืออาชีพจะมีลักษณะ ดังนี้

                                1) มีการให้บริการสังคมไม่ซ้ำซ้อนกับวิชาชีพอื่นนั้นคือ มีความรู้ความชำนาญ                                       พิเศษเฉพาะอาชีพนั้นๆ

                                2) ใช้วิธีการแห่งปัญญา มืออาชีพทำงานโดยใช้สมองเป็นหลัก ใช้ความรู้เป็นหลัก                                 ในการทำงาน

                                3)  มีอิสระในการดำเนินงาน มืออาชีพมีสิทธิ์จะทำงานของตนเองโดยอิสระ                                       รับผิดชอบได้โดยไม่ต้องมีการควบคุมผู้อื่นมากนัก ทำงานเพื่อให้เกิดผลงาน                            เป็นหลัก

                                4) ผู้ประกอบวิชาชีพผ่านการศึกษาระดับสูงโดยปกติมืออาชีพต้องเรียนนานมักจบ                                 ปริญญาตรีอย่างต่ำ

                                5) มีจรรยาบรรณของวิชาชีพ มืออาชีพต้องรักษาความรับผิดชอบและจริยธรรม                      ของอาชีพของตนอย่างเคร่งครัด

                                6) มีความมั่นคง มีสถาบันวิชาชีพ มืออาชีพมักทำงานแล้วได้รายได้ดี มีรายได้สูง

                   มีศักดิ์ศรีในสังคม

2. คุณลักษณะของการเป็นมืออาชีพ ผู้ประกอบอาชีพมืออาชีพต้องมีแนวปฏิบัติที่      จะนำไปสู่ความสำเร็จ ดังนี้

                                1) ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน ตรงต่อเวลา

                                2) เป็นคนเก่ง เป็นคนดี มีความกล้าหาญ รับผิดชอบ ตัดสินใจอย่างชาญฉลาด

                                3) สุภาพ ตรงต่อเวลา ละเอียดลออ รู้จักแสวงหากัลยาณมิตร

                                4) ใช้คุณธรรมเป็นเครื่องชี้นำอาชีพ  5) ฝึกฝนพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

                           3. นักบริหารมืออาชีพ คือ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารงาน กิจการต่างๆให้สำเร็จ                      โดยอาศัยความรู้ความสามารถของตนเองและความร่วมมือของผู้อื่น ลักษณะเด่น                   ของผู้บริหารมืออาชีพมีดังนี้

                                1) มีความรอบรู้ทันต่อเหตุการณ์     

2) มีการตัดสินใจที่ดี รวดเร็ว แม่นยำและถูกต้อง

                                3) สามารถจับประเด็นได้รวดเร็ว ออกความเห็นได้ทันการ

                                4) สามารถเลือกใช้คนได้เหมาะสมกับงาน                

              5) ยอมรับการเปลี่ยนแปลงพร้อมที่จะปรับตัว

                                6) มีระเบียบ ละเอียดรอบคอบ เคร่งครัดเรื่องเวลา     

                           7) ซื่อสัตย์มีคุณธรรม ยึดมั่นในจรรยาวิชาชีพ

                              8) เชื่อมั่นในตนเอง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สามารถประสานงานได้เยี่ยม

4. คุณลักษณะของนักบริหารมืออาชีพ

               4.1 นักบริหารมืออาชีพต้องมีคุณลักษณะภายในตนที่สามารถปลูกฝังและฝึกได้หลายประการ ดังต่อไปนี้

                              1) มีวิสัยทัศน์ มีสายตาที่ยาวไกล ก้าวไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา

                              2) ตรงไปตรงมา มีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างสูงสุด

                              3) ทำงานโดยมุ่งผลสำเร็จมากกว่ามุ่งกระบวนการ

                              4) มองปัญหาชัดใช้ปัญญาในการการแก้ปัญหาและกล้าตัดสินใจ

                               5) เป็นผู้มีศิลปในการประนีประนอม          

6) การทำงานเป็นทีม

              4.2 ต้องมีความเป็นผู้นำ โดยคุณสมบัติผู้นำที่ดีควรมี ดังนี้

1.  เป็นผู้มีความคิดกว้างไกลและลึก 

2. มีความสามารถในด้านการใช้ภาษา 

3 มีความคิดริเริ่ม                        

                         4. เป็นคนที่ฉลาด

5. มีความสำเร็จในด้านวิชาการและด้านบริหาร

                             6. มีความรับผิดชอบ

7. ความอดทน 

8. ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคมได้

                              9. มีระดับจิตใจสูง

               4.3 คุณลักษณะของการเป็นผู้นำตามแนวคิดของนักวิชาการชาวไทย

1. ลักษณะท่าทาง                              

2. ความกล้าหาญ           

3. ความเด็ดขาด                                                    

4. ความไว้วางใจ                           

5. ความอดทน                

6. ความกระตือรือร้น

7. ความริเริ่ม                                       

8. ความซื่อสัตย์            

9. ดุลยพินิจ                                                   

10. ความยุติธรรม                        

11.ความรู้                       

12. ความจงรักภักดี

13.ความแนบเนียน                            

14. ความไม่เห็นแก่ตัว

มีส่วนประกอบ 2 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่1คุณสมบัติโดยทั่วไป ในส่วนนี้มีผู้แสดงทัศนะและแนวคิดไว้อย่างหลากหลาย  อาทิ

คุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์ (2545)   แสดงทัศนะว่า  การเป็นผู้บริหารที่ดีในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ไม่ใช่เป็นของง่าย  เนื่องจากมีแรงกดดันและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างมากมายที่แตกต่างไปจากการบริหารงานในยุคก่อนหน้านี้     ข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้น   ความต้องการ  และข้อเรียกร้องจากผู้เกี่ยวข้อง  ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย  มีมากและแย้งกัน  ประกอบกับความไม่แน่นอน  ยากแก่การเล็งเห็นผลมีสูงยิ่ง   การเป็นนักบริหารจึงจำเป็นต้องมีทั้งความรู้ด้านเทคนิคการบริหาร  และประสบการณ์ในการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในระดับต่าง ๆ

 

พลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง (2548) กล่าวว่า องค์ประกอบของการเป็นผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ  มีอย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่

  1. มีความรู้อย่างแท้จริงในเรื่องที่ทำ  รู้หลักวิชา  รู้เหตุ  รู้ผล  ที่ไปที่มาของเรื่องที่ทำอย่างรอบด้าน  และสามารถคาดคะเนเพื่อหาทางแก้ไขได้ในกรณีที่มีเหตุผิดปกติขึ้น
  2. มีความสามารถในการประยุกต์ความรู้ไปใช้ได้อย่างเหมาะสม   ความสามารถนี้จะเกิดขึ้นได้จากประสบการณ์    ไหวพริบปฏิภาณ   จนกลายเป็นความเชี่ยวชาญพิเศษที่คนทั่วไปไม่มี
  3. มีความสามารถในการประสานสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับบริการ   สื่อสารทำความเข้าใจได้ดี  มีการสนทนาที่สร้างสรรค์  รู้จักอดทน อดกลั้น  เพื่อจะได้ทำผลงานที่ตอบสนองความต้องการได้ถูกต้อง

นอกจากองค์ประกอบ 3 ประการ แล้ว   ผู้บริหารยังต้องมีสมรรถนะ (Competency)  หรือมีความสามารถเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย  3  เรื่อง  ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้และบทบาทที่เปลี่ยนไปของภาครัฐ   ได้แก่

  1. สมรรถนะในการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทำงานได้เบ็ดเสร็จด้วยตนเอง  ทั้ง Back office  และ  Front office   เช่น  รู้จักการใช้งานของโทรศัพท์  โทรสาร เครื่องถ่ายเอกสาร  คอมพิวเตอร์  อินเตอร์เน็ท  เพื่อการติดต่อสื่อสารและนำเสนอผลงานได้เอง
  2. มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลางในการสื่อสาร และเป็นสื่อนำสู่แหล่งความรู้ที่สำคัญของโลกในปัจจุบัน
  3. มีทักษะการคิดวิเคราะห์จากการรับข่าวสารข้อมูลความเคลื่อนไหวทั่วโลก ในเวลาอันรวดเร็ว  เพื่อสร้างทางเลือกเชิงนโยบายให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยน แปลงไป

 

จันทนา สุขุมานันท์ (2548) รองประธานบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ให้ทัศนะว่า  นักบริหารมืออาชีพ คือ  นักบริหารที่สามารถวางแนวคิดด้านการบริหารองค์กรให้ไปสู่ความเป็นเลิศได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยภาวะของผู้นำที่ดี   ซึ่งได้แก่  มีการสร้างความเชื่อมโยงแบบพันธมิตร  มีการนำองค์กรไปสู่การเปลี่ยนแปลง  มีการศึกษาสิ่งแวดล้อมที่เป็นทรัพยากรและเครื่องมือในการทำงาน    มีการศึกษาสมรรถนะขององค์กร และมีการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้บุคลากรได้ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข 

จำลอง นักฟ้อน (2548) กล่าวว่า  นักบริหารการศึกษามืออาชีพควรมีคุณสมบัติ 10 ประการ ได้แก่  มีความรับผิดชอบสูง   ขยันหมั่นเพียร   อดทน / อุตสาหะ  ซื่อสัตย์สุจริต   มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์   มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์และกระตือรือร้นในการทำงาน  มีทักษะในการวินิจฉัยสั่งการ   รักษาระเบียบวินัยที่ดี   ตรงต่อเวลา/ รู้จักบริหารเวลา  และมีบุคลิกภาพที่ดี

 

ธีระ รุณเจริญ (2548)  กล่าวว่า  ลักษณะของนักบริหารการศึกษามืออาชีพที่จะนำไป สู่ความสำเร็จในการบริหารและการจัดการศึกษา  จะต้องประกอบด้วย :-

  1. มีลักษณะพื้นฐานธรรมชาติเดิมเป็นทุน  ซึ่งหมายถึง มีความถนัด (Aptitude) ในการเป็นผู้นำตามธรรมชาติ  และมีลักษณะนิสัยที่ดีในการร่วมกิจกรรมกับผู้อื่น
  2. มีการศึกษาที่ดี  หมายถึง  มีความรู้ทางการบริหารการศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไป
  3. มีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ  หมายถึง มีน้ำเสียงการพูดน่าฟัง อารมณ์มั่นคง  เข้มแข็งแต่ถ่อมตน  กิริยามารยาทเป็นที่ยอมรับของสังคม  แต่งกายเหมาะสมกับกาลเทศะ
  4. มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพ  หมายถึง  การมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าทันต่อการเปลี่ยนแปลง   ยึดระบบคุณธรรมเป็นที่ตั้ง  ซื่อสัตย์  อดทน    อดกลั้น  รับทั้งผิดและชอบ  เสียสละ และเป็นคนดีของสังคม
  5. มีความสามารถและความชำนาญการ  เช่น  บริหารจัดการการศึกษาตามหลักวิชาและการปฏิบัติ   นำองค์กรไปสู่เป้าหมายโดยยึดองค์คณะบุคคลมีส่วนร่วม  ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม  ประสานงานเพื่อผลงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ  ปรับเปลี่ยนเทคนิคเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
  6. มีความรู้ลึกและรู้รอบ หมายถึง มีความรอบรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการ  การจัดการศึกษา  ระเบียบกฎหมาย  บริบททางสังคม  การวิจัย  จิตวิทยาการบริหาร
  7. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางด้านการบริหาร  เพื่อเป็นหลักประกันการบริหารที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  และเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ

 

ส่วนที่ 2  คุณสมบัติเฉพาะ  ในส่วนที่ 2 นี้ จะขอกล่าวถึงคุณสมบัติเฉพาะตามข้อบังคับของคุรุสภา และคุณสมบัติเฉพาะที่กำหนดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติเท่านั้น  ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 

คุรุสภากำหนดมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารไว้

3 ด้าน  คือ  1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ  2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน  และ 3) มาตรฐานการปฏิบัติตน  โดยแต่ละมาตรฐานจะมีเนื้อหาสาระที่กำหนดไว้เฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะมีบางข้อเหมือนกันและบางข้อแตกต่างกัน   ดังนี้

2.1.1  ด้านมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ   มาตรฐานข้อนี้แบ่งออกเป็น  2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็น  “มาตรฐานความรู้”  และส่วนที่เป็น  “ประสบการณ์วิชาชีพ”

(1) มาตรฐานความรู้   ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา จะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบริหารการศึกษาหรือเทียบเท่าหรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง   โดยมีความรู้ด้านการบริหารตามสาระการเรียนรู้ที่คุรุสภากำหนด (ดูตารางที่ 1.2)   และต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารสถานศึกษาที่คณะกรรมการคุรุสภารับรอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตารางที่ 1.2    :     สาระความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา

 

ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา
1. หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา   1. หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา  
2. นโยบายและการวางแผนการศึกษา  2. นโยบายและการวางแผนการศึกษา 
3.  การบริหารด้านวิชาการ 3. การบริหารจัดการการศึกษา
4.  การบริหารด้านธุรการ  การเงิน  พัสดุและอาคารสถานที่ 4. การบริหารทรัพยากร
5.  การบริหารงานบุคคล     5. การประกันคุณภาพการศึกษา
6.  การบริหารกิจการนักเรียน 6. การนิเทศการศึกษา
7.  การประกันคุณภาพการศึกษา 7. การพัฒนาหลักสูตร
8.  การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 8. การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
9.  การบริหารการประชาสัมพันธ์และความ สัมพันธ์ชุมชน 9. การวิจัยทางการศึกษา
10. คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหาร     สถานศึกษา   10. คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหาร     การศึกษา  

(2) มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ    ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาต้อง มีประสบการณ์วิชาชีพตามที่ปรากฏในตารางที่ 1.3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตารางที่ 1.3   :   ประสบการณ์วิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา                      

 

ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา
1. มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี  หรือ2. มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอน   และต้องมีประสบการณ์ในตำแหน่ง   หัวหน้าหมวด / หัวหน้าสาย / หัวหน้างาน/

   ตำแหน่งบริหารอื่นในสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี    

 

 

 

 

1. มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอน  มาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี  หรือ2. มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ3. มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาที่ไม่ต่ำกว่าระดับกองหรือเทียบเท่ากอง มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี  หรือ

4. มีประสบการณ์ในตำแหน่งบุคลากรทาง

การศึกษาอื่นที่ปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน  การนิเทศและการบริหารการศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ

5. มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอน และมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษาหรือ บุคลากรทางการศึกษาอื่นที่ปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอนการนิเทศและการบริหารการศึกษา  รวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี

 

2.1.2  มาตรฐานการปฏิบัติงาน   ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา จะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน  12  มาตรฐาน  ได้แก่

มาตรฐานที่ 1   ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษา 

มาตรฐานที่ 2   ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ   โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับการพัฒนา

                       ของบุคลากร  ผู้เรียน และชุมชน                      

มาตรฐานที่ 3   มุ่งมั่นพัฒนาผู้ร่วมงานให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพ

มาตรฐานที่ 4   พัฒนาแผนงานขององค์กรให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง

 

 

มาตรฐานที่ 5   พัฒนาและใช้นวัตกรรมการบริหารจนเกิดผลงานที่มีคุณภาพสูงขึ้นเป็น

                      ลำดับ

มาตรฐานที่ 6   ปฏิบัติงานขององค์กรโดยเน้นผลถาวร

มาตรฐานที่ 7   รายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ

มาตรฐานที่ 8   ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี

มาตรฐานที่ 9   ร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานอื่นอย่างสร้างสรรค์

มาตรฐานที่ 10  แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา

มาตรฐานที่ 11  เป็นผู้นำและสร้างผู้นำ        

มาตรฐานที่ 12  สร้างโอกาสในการพัฒนาได้ทุกสถานการณ์

 

2.1.3  มาตรฐานการปฏิบัติตน    เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการประพฤติตนของผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา   โดยมีจรรยาบรรณของวิชาชีพเป็นแนวทางและข้อพึงระวังในการประพฤติปฏิบัติเพื่อดำรงไว้ซึ่งชื่อเสียง ฐานะ เกียรติ และศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ[1]  

 

2.2  คุณสมบัติของผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ  

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ  ได้กำหนดลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ  เพื่อบริหารจัดการศึกษาตามแนวการบริหารที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School – based management)  เพื่อให้เกิดความคล่องตัวต่อการบริหารด้านวิชาการ  การบริหารงานบุคคล   การบริหารงบประมาณ และการบริหารงานทั่วไป  โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมงานด้านวิชาการเป็นหลัก 

การกำหนดลักษณะผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบดังกล่าวได้แบ่งเกณฑ์มาตรฐานออกเป็น 2 ส่วน  (ธีระ รุณเจริญ, 2548)  คือ

2.2.1  บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ประกอบด้วยเกณฑ์ต่อไปนี้

(1)  การเป็นผู้นำทางวิชาการ  หมายถึง การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของผู้นำในการเปลี่ยนแปลง

(2)  การบริหารแบบมีส่วนร่วม  หมายถึง  มีการบริหารงานอย่างอิสระเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหาร  โดยเน้นการมีส่วนร่วมทั้งครูและบุคลากรภายในโรงเรียน  บุคคลและหน่วยงานภายนอกโรงเรียนทั้งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน อาทิ ครู  บุคลากร  พ่อแม่  ผู้ปกครอง  ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ

(3)  การเป็นผู้อำนวยความสะดวก หมายถึง การอำนวยความสะดวกให้แก่บุคลากรในโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้องทั้งทางด้านวิชาการ   อาทิ   การจัดสื่อต่าง ๆ  เช่น หนังสือ ตำรา เกม เทคโนโลยีช่วยการเรียนการสอนและอุปกรณ์ส่งเสริมการ เรียนรู้ต่าง ๆ

(4)  การประสานความสัมพันธ์  หมายถึง มีการประสานงานและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน  เพื่อสร้างเครือข่ายผู้สนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ  ได้แก่  ทรัพยากรงบประมาณ  ทรัพยากรบุคคล

(5)  การส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากร  หมายถึง  มีการพัฒนาครูและบุคลากรในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้ครูเข้ารับการฝึกอบรม  ประชุมสัมมนา  และไปทัศนศึกษา เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์

(6)  การสร้างแรงจูงใจ หมายถึง  การมีเจตคติทางบวกกับผู้ร่วมงาน  มีความยืดหยุ่นในการทำงาน   สร้างความเชื่อมั่น   เข้าใจในความต้องการของฝ่ายต่าง ๆ  และสร้างแรงจูงใจในการทำงานด้วยวิธีการต่าง ๆ  เช่น การแสดงความขอบคุณ  การเผยแพร่ผลงานของทีมงาน  การยกย่องให้รางวัล เป็นต้น

(7)  การประเมินผล  หมายถึง ผู้บริหารต้องจัดให้มีการประเมินผล โดยส่งเสริมการประเมินผลภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ   เพื่อรองรับการประเมินภายนอก

(8)  การส่งเสริมการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา  หมายถึง การให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา    โดยส่งเสริมสนับสนุนการวิจัย    เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียน

(9)  การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หมายถึง การให้ความสำคัญกับงานด้านเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียนให้ชุมชนและสาธารณชนได้รับทราบ   โดยวิธีการที่หลากหลาย

 

2.2.2  คุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษา แบ่งออกเป็นคุณลักษณะทางวิชาชีพ และคุณลักษณะส่วนบุคคล  ดังนี้

ก. คุณลักษณะทางวิชาชีพ  ได้แก่ 

(1)           ลักษณะความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายถึงสามารถชักนำ หรือสร้างแรงจูงใจให้ผู้ร่วมงานเกิดการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานทางการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมาย

(2)           เป็นผู้มีวิสัยทัศน์  มีเป้าหมายทางการศึกษา  มีการวางแผนการทำงาน

(3)           มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มีความสามารถ  มีทักษะการบริหารที่ดีเยี่ยม

(4)           มีการประเมินการทำงานอย่างครบวงจร

(5)           มีประสบการณ์ด้านการบริหารเป็นอย่างดี

(6)           มีความตั้งใจจริงในการบริหารงานของสถานศึกษา ด้วยความเชี่ยวชาญในวิชาชีพของตน

(7)           สามารถปฏิบัติงานในรูปแบบของการตัดสินใจอย่างมีส่วนร่วม

(8)           บริหารงานโดยมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน

(9)           เป็นผู้นำทางวิชาการ  รู้จักแสวงหาความรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม

(10)        ให้การสนับสนุน และอำนวยความสะดวกด้านการจัดการเรียนรู้

(11)        สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาตนเอง

(12)        ส่งเสริมให้พ่อแม่  ผู้ปกครอง และชุมชน  มีส่วนร่วมในกิจกรรมของ

สถานศึกษา

 

ข. คุณลักษณะส่วนบุคคล  ได้แก่ 

(1)           เป็นแบบอย่างที่ดีของบุคลากรในสถานศึกษา

(2)           มีบุคลิกภาพที่ดี

(3)           มีปฏิภาณไหวพริบ  มีการตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้ดี

(4)           มีความรับผิดชอบสูง ซื่อสัตย์สุจริต และยุติธรรม

(5)           มีมนุษยสัมพันธ์ดี

(6)           มีคุณธรรม จริยธรรม  อุตสาหะ วิริยะ อดทน และเสียสละ

(7)           มีใจเปิดกว้าง พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

(8)           มีความเชื่อมั่นในตนเอง

(9)           มีความสามารถในการสื่อสาร กล้าพูด กล้าปฏิบัติและตื่นตัวอยู่เสมอ

(10)     มีสุขภาพดี

(11)     เป็นผู้ประสานงานที่ดี เป็นนักพัฒนา และนักบริการสังคม

(12)     รู้จักพัฒนาตนเองและสังคม

(13)     มีความเป็นประชาธิปไตย

(14)     มีความรักในสถาบันชาติ และอนุรักษ์ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม

(15)     เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากบุคลากรในโรงเรียนและชุมชน

 

 

 

 

 

 

 

ข้อสอบวิชา

ภาวะผู้นำและการเป็นนักบริหารมืออาชีพ

 

เสนอ

  รศ.ดร.อินทร์  ศรีคุณ

 

 

ทำข้อสอบโดย

ว่าที่ร.ต.ยงยุทธ ยอดมงคล

โรงเรียนพรพระร่วงประสิทธิ์

 

 

ภาคเรียนที่ 2 / 2551

นักศึกษาโครงการพัฒนาผู้บริหารประจำการให้ได้รับวุฒิ

บริหารการศึกษารุ่นที่ 5 กลุ่มที่ 1

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาราชภัฎจันทเกษม


 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: